วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555

39: เกสาธาตุหลวงปู่ฝั้น อาจาโร


เส้นพระเกศาของหลวงปู่ฝั้น อาจาโร

เส้นพระเกศาธาตุและมีคำหมากของอรหันต์เจ้า หลวงปู่ฝั้น อาจาโร ในภาพจะเห็นองค์พระธาตุก้อนสีขาวใสเล็กๆ อยู่มุมล่างของภาพปรากฏอยู่จำนวนหนึ่ง

วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555

38: เกสาธาตุองค์หลวงปู่จาม มหาปุญโญ

เส้นพระเกศาธาตุขาวใสของหลวงปู่จาม มหาปุญโญ แห่งวัดป่าวิเวกวัฒนาราม อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ซึ่งอยู่ห่างจากวัดภูดานไหประมาณ 40 กิโลเมตร และเป็นผู้ที่พ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช เคารพศรัทธาท่านมาก เพราะเป็นพระนิยตโพธิสัตว์เจ้าด้วยกัน ว่ากันว่า หลวงปู่จามจะลงมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ที่ 16 ถัดจากองค์ปัจจุบัน
พระธาตุ(เกสา,เล็บและอื่นๆ) ขององค์หลวงปู่จาม มหาปุญโญ (ถวายโดยนรธ.อู๊ด)
แปลสภาพเป็นองค์พระธาตุแก้วใสหลากสี

37: เกสาธาตุองค์พ่อแม่ครูอาจารย์

เส้นพระเกศาธาตุของพระนิยตโพธิสัตว์เจ้า
ภาพแรกเป็นเส้นพระเกศาของพ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช ได้กลายเป็นพระธาตุใส เพื่อแสดงความบริสุทธิ์แห่งคุณธรรมเหนือสภาวะของโลก และแสดงนัยของพระนิยตโพธิสัตว์เจ้า ผู้ที่กำลังจะเสด็จลงมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในพุทธกาลข้างหน้าอันใกล้ๆ...นี้

ภาพที่สองและสาม เป็นเส้นพระเกศาของพ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช ที่พึ่งปลงได้ไม่นาน มีสภาพค่อยๆเกาะกันเป็นก้อน และเริ่มกลายสภาพเป็นสีขาว บางเส้นเริ่มมีความใสเป็นแก้วที่ปลาย และเริ่มปรากฏองค์พระธาตุก้อนกลมเล็กๆสีขาวออกมาบ้างแล้ว ไม่สามารถถ่ายภาพได้ ปีใหม่นี้ทุกคนคงได้ชมอีกครั้งครับ



สิ่งที่ยืนยันในคุณธรรมของพ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช ว่าเป็นพระอริยเจ้าผู้ที่อยู่เหนือโลกแล้วก็คือ เส้นพระเกศาธาตุของท่านได้กลายเป็นพระธาตุใสแล้ว เพื่อยืนยันคำกล่าวของผมในผลบุญที่พวกเราได้ร่วมกันทำในครั้งนี้ว่า มีพลานิสงส์มากมายเพียงใด คงจะไม่อธิบายไปมากกว่านี้นะครับ
ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
2 มกราคม 2555




เส้นพระเกศาของพ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช ที่ปลงได้ไม่นาน
ได้กลายเป็นองค์พระธาตุสีขาวองค์เล็กจำนวนมาก

เกศาธาตุพ่อแม่ครูอาจารย์ที่แปรสภาพจากสีดำเป็นแก้วใส
จากแก้วใสกลายเป็นองค์พระธาตุหลากสี(อีกภาชนะ)


กราบ กราบ กราบ
ท่านกล่าวว่า...ผู้ที่หมดสิ้นซึ่งกิเลสแล้วเท่านั้น...จึงจะเป็นพระธาตุ

IT Man/13.01.55

36: ธรรมะสัญจร หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญโญ

ครูชาติ เมื่อ 30-11-2011, 11:45 AM
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านผมได้ร่วมเดินทางไปกับพ่อแม่ครูอาจารย์เพื่อเยี่ยมพ่อตา (คุณพ่อของพ่อแม่ครูอาจารย์) ที่ป่วยเป็นโรคใส้เลื่อน หมอก็นัดผ่าตัดวันเสาร์ แต่แล้วท่านก็หายราวกับปราฏิหารย์ เพราะได้ท่านยาต้มสูตรของคุณพิเชษฐ์ (ใบขี้เหล็ก 1 กำมือใช้เตาถ่านต้มในที่แจ้ง) สรุปแล้วท่านก็หายเป็นปกติไม่ต้องผ่าตัดและได้ไปยกเลิกห้องที่จองไว้กับคุณหมอเรียบร้อยแล้ว....

เมื่อเหตุการณ์ออกมาอย่างนี้คณะเดินทางของพวกเราก็ไม่ต้องรีบขณะเดินทางไปจังหวัดหนองคายจึงมีเวลาเหลือ และพวกเราก็ได้แวะไปกราบพระมหาเจดีย์ และอัฐิของหลวงพ่อทูล ที่วัดป่าบ้านค้อ อ.บ้านผือ จ.อดุรธานี
พระมหาเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา
รูปหลวงพ่อทูลขณะทำความเพียร เพื่อบรรลุธรรม ที่จังหวัดเชียง ช่วงปี พ.ศ. 2512
ภาพถ่ายภายในพระมหาธาตุเจีดีย์
กุฏิที่หลวงพ่อทูลบรรลุธรรมมีลักษณะเป็นอย่างนี้ ซึ่งท่านได้บรรลุธรรมในปี พ.ศ. 2516 แสดงให้เราเห็นได้ว่าธรรมะต้องไปเอาในป่า และอยู่ในที่ไม่มีความสะดวกสบาย....
หลวงพ่อทูลท่านเป็นศิษย์หลวงพ่อบุญมา และหลวงปู่ขาว หลวงพ่อทูลท่านเป็นคนที่มีปัญญามาก ท่านเขียนหนังสือธรรมะหลายเรื่องส่วนมากเน้นทางปัญญา ผลก็ได้ร่วมทำบุญกับท่าน และได้บูชาหนังสือธรรมะและซีดีธรรมะของท่านมาอ่านและมาฟังด้วย...หลายๆ ได้ฟังธรรมะของท่านแล้วทำให้มีกำลังใจมาก...วันหลังหากมีคนสนใจผมจะค่อยๆ นำธรรมะของท่านมาลงต่อไปครับ.....

เชิญโหลดธรรมะของหลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ ไปฟัง
ฟังธรรมออนไลน์ กรุณาคลิกที่นี่....
1. เสียงอ่านหนังสือพุทธทำนาย2. เสียงอ่านหนังสือเปลี่ยนความเห็น
3. เสียงอ่านหนังสือกาลามาสูตร4. เสียงอ่านหนังสือสัปปริสธรรม5. เสียงอ่านหนังสือตัดกระแส
  
ภาพประวัติหลวงพ่อทูล ขิปปฺปญฺโญ ซึ่งถ่ายมาจากวัดป่าบ้านค้อ

ช่วงชีวิตวัยหนุ่มของหลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ ก่อนบวชท่านเป็นสมุห์บัญชี โรงงานผลิตน้ำตาล ซึ่งถ่ายมาจากวัดป่าบ้านค้อ

รูปภาพหลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ สมัยท่านบวชเป็นพระครั้งล่าสุด ท่านบวชที่วัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมีพระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์.......

รูปภาพหลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ ถ่ายจากภาพในวัดป่าบ้านค้อ
ท้ายที่สุดทุกคนก็หนีไม้พ้น รวมทั้งตัวเราด้วยก็จะเป็นอย่างนี้......
ท้ายที่สุดขอ กราบ กราบ กราบ.... หลวงพ่อทูล ขิปฺปปญฺโญ ด้วยความจริงใจ...และขอให้ผู้ใครธรรมทุกท่านจงได้ธรรมครอบครองทุกท่านด้วยเทอญ...สาธุ...ขอให้เจริญในธรรม
 

ผู้ใดประพฤติธรรม ผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคตอย่างยิ่ง


ขอนอบน้อมบูชาคุณถึง...หลวงพ่อทูล ขิปปปุญโญ
กราบ กราบ กราบ

IT Man

ผม(ครูชาติ)และคณะได้ฟังที่บ้านพ่อตา 1 คืน และวันอาทิตย์ผมได้เดินทางไปส่งพ่อแม่ครูอาจารย์และคณะที่ถ้ำฝุ่น ซึ่งตั้งอยู่ที่ภูวัว อ.บุ่งคล้า จ.หนองคาย สถานที่แห่งนี้มีพ่อแม่ครูอาจารย์หลายท่านเคยไปภาวนาและได้ธรรมที่นั่น เช่น หลวงปู่มั่น หลวงปู่ขาว และหลวงปู่สมชาย เป็นต้น


ภายในถ้ำฝุ่นซึ่งมีพระพุทธรูปและรูปภาพของพ่อแม่ครูอาจารย์หลวงปู่มั่นอยู่....กราบ กราบ กราบ...
ณ ที่แห่งนี้เคยมีพ่อแม่ครูอาจารย์หลายๆ ท่านมานั่งภาวนา มีทางเดินจงกรมด้วย และปัจจุบันก็มีพระธุดงค์ มาปฏิบัติธรรมอยู่เรื่อยๆ ...
ที่ถ้ำฝุ่นนี้พ่อแม่ครูอาจารย์บอกว่าเป็นคล้ายบังบด (เมืองซ้อนเมือง) มีทั้งเมืองมนุษย์และอมนุษย์อยู่ ตรงธารน้ำตกมีบ่อพญานาค หลวงปู่เณรคำ ปัญญาพโล เคยไปมุดมาแล้ว...
ผมเห็นสถานทีแล้วอยากไปปฏิบัติธรรมมาก แต่ด้วยอาจจะเป็นเพราะบารมี หรือไม่มีวาสนาก็ได้ทำให้ผมพลาดโอกาสเดินทางกลับคนเดียวด้วยความเสียดาย...เนื่องจากวันรุ่งขึ้นเป็นวันจันทร์ผมก็เป็นมนุษย์เงินเดือนหากลาอีกครั้งมีหวังเขาให้ออกจากงานแน่ ก็เรายังต้องใช้ชีวิตอยู่ในทางโลกอยู่ตอนนี้ขอเลือกมาทำงานก่อนหากมีโอกาสคงได้ไปปฏิบัติธรรมที่นี่เป็นแน่....
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาผมได้ร่วมเดินทางกับพ่อแม่ครูอาจารย์ไปเยี่ยมพ่อตาที่จังหวัดหนองคาย....และได้เดินทางไปส่งท่านที่ถ้ำฝุ่น ภูวัว จังหวัดหนองคาย และขณะนี้คุณอูีดได้เดินทางไปร่วมปฏิบัติธรรมกับท่านในที่นั้นด้วย และท่านได้เดินทางไปฏิบัติธรรมที่น้ำตกใกล้ๆ ถ้ำฝุ่น....คงจะเดินทางกลับวัดภูดานไห วันศุกร์นี้ เพราะวันเสาร์ที่ 3 - 5 ธันวาคม 2554 คุณสันติและคุณเก่งจะเดินทางมาที่วัดเพื่อร่วมปรึกษาหารือการก่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรมต่อไป...และในการเดินทางไปจังหวัดหนองคายครั้งนี้คุณสมบัติ ได้มอบปัจจัยจำนวน 1,000 บาท เป็นค่าเดินทางในครั้งนี้ด้วย ก็ขอให้บุญกุศลคุณงามความดีทั้งหลายทั้งปวงในสากลโลก และบุญกุศลที่ท่านทำมาแล้วก็ดีทั้งในอดีตและปัจจุบัน ของบุญกุศลและคุณงามความดีนี้จงเป็นพลปัจจัยส่งให้ท่านสมบัติได้บรรลุธรรมโดยเร็วด้วยเทอญ...ขอให้เจริญในธรรม....  

โมทนาสาธุครับ...

เมื่อวานตอนเย็นระหว่างที่ผมขึ้นไปกราบสักการะวัดพระธาตุจอมทอง (18:24) คุณแม่ชมได้โทรมาแจ้งให้ผมแจ้งให้ นรธ.ทราบว่า

คณะของพ่อแม่ครูอาจารย์ประมาณ 5 ท่าน โดยมีหน่วยชนินทร์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ทหาร (จำศัพท์เรียกไม่ได้ เพราะไม่คุ้นเคย)
ได้อำนวยความสะดวกและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการนำพา ขนของส่งคณะฯ ให้สามารถขึ้นไปปฏิบัติธรรม ภาวนา ใกล้แหล่งน้ำตกได้ด้วยความสะดวก

ทางคณะของพ่อแม่ครูอาจารย์และเหล่า นรธ. จึงขอน้อมโมทนาสาธุในกุศลของทุกๆท่านที่มีส่วนในการทำการนี้ให้สำเร็จด้วยดีทุกประการ

ข้าฯขอพระบรมพุทธานุญาต:อัญเชิญพระพุทธานุภาพ พระธรรมานุภาพ พระสังฆานุภาพ โปรดอำนวยพรให้ท่านฯจงมีความเจริญงอกงาม
สว่างไสวทั้งทางโลกและทางธรรมจงถ้วนทั่วทุกท่านเทอญ

คุณแม่ชมแจ้งว่าจักปฏิบัติธรรมข้างบนนั้น 2 วัน (รวมวัน/คืนนี้ด้วยครับ)

ขออนุโมทนากับทุกท่านด้วยนะครับ
วันเสาร์ที่ 3-5 ธันวาคม 2554 ใครว่างพบกันที่ภูดานไหนะครับ คุณสันติจะแวะรับผมที่โคราชในตอนเช้าของวันเสาร์ ทราบว่าคุณพิเชฐและครอบครัว ก็จะไปร่วมด้วย แล้วเจอกันนะครับ
ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
1 ธันวาคม 2554

โมทนาสาธุครับ

วันนี้ญาติธรรมทางแม่ฮ่องสอน ติดต่อผมมาเพื่อขอร่วมการเดินทางไปกราบพ่อแม่ครูอาจารย์ในวาระนี้ด้วย ผมจึงขออนุญาตมอบเบอร์โทร.ของทุกๆฝ่าย เพื่อความสะดวกในการนัดแนะกันเรื่องของเวลา สถานที่จุดนัดพบในการออกเดินทางร่วมกัน ในเบื้องต้นผมนัดให้ไปเจอกันที่บ้านท่าน ดร.นนต์ที่โคราช เมื่อทุกฝ่ายพร้อมแล้วก็ออกเดินทางไปยังภูดานไหร่วมกัน

ปล: พี่สาวท่านนี้ ต้องเดินทางไกลจากแม่ฮ่องสอน-กทม. ประมาณ 6 โมงเช้า และจะออกเดินทางไปพร้อมกับสามี โดยมีน้องหมาไปด้วยสองตัว จึงต้องใช้รถส่วนตัวและหาที่พักใกล้ๆภูดานไห (ขอให้ครูชาติช่วยเป็นธุระให้ด้วยนะครับ) จากนั้นก็จักเดินทางกลับมาทำธุระที่ปากช่อง-เข้า กท.และเดินทางกลับแม่ฮ่องสอนต่อไป

เบอร์โทร.
- ดร.นนต์("นนต์"): 085 767 8008
- ครูชาติ(naicharty): 089 569 4002
- คุณสันติ(ซึ้งบน): 081 781 5723
- คุณพี่มณี: 086 566 9953
- สมบัติ (IT Man): 087 683 2992

ดร.นนต์:
ด้วยความยินดีครับ
ผมขอแจ้งเรื่องญาติธรรมที่รู้จักกันผมเป็นอาจารย์อยู่มหาสารคาม และเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์อ๊อด(ลูกศิษย์หลวงปู่คำพัน)มหาสารคาม จะร่วมไปสมทบในวันอาทิตย์ที่ภูดานไหพร้อมครอบครัว สงสัยจะเป็นงานใหญ่กว่าที่คิดครับ

ขอเจริญในธรรม

สมาชิกธรรม:
ด้วยความยินดีครับท่านนนต์.....หลังจากได้รับสายจากท่านสันติบอกกล่าวให้ทราบวัตถุประสงค์ในการเดินทางไปภูดานไหในครั้งนี้ ก็รู้สึกยินดีและดีใจมากที่จักได้ไปพบปะเหล่านรธ.อีกครั้ง.....เตรียมพร้อมอยู่แล้วครับเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยเพื่องานนี้โดยเเท้เลยครับ

ผมก็รู้สึกว่างานนี้จะใหญ่กว่าที่คิดน่ะครับ คงจะพอๆกับวาระที่ผ่านมาคงจะประมาณสิบกว่าท่านและคงเหนื่อยถึงท่านครูชาติอีกแล้วที่ต้องตระเตรียมกางเต้นท์รอเหล่า นรธ. อีกแล้วครับท่าน.....ความจริงแล้วผมว่าการไปภูดานไหน่าจะเป็นเรื่องที่หลายๆท่านตั้งตารอคอย และเมื่อทราบข่าววันเวลานัดหมายทุกคนก็พร้อมที่ไปพบกันที่จุดนัดหมายอย่างพร้อมพรียงกัน นี่หล่ะครับสัญญาใจและเป้าหมายที่นักรบธรรมมีร่วมกันช่างน่าภูมิใจจริงๆครับ

โมทนาสาธุกับทุกๆท่านในทุกๆเรื่องราวครับผม

35: ธรรมะสัญจร 23 พ.ย. 54 สุรินทร์

สมาชิกธรรม: 01-12-2011, 09:00 PM
ภาพบรรยากาศในโอกาสที่ได้ต้อนรับคณะธรรมะสัญจรของพ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช วาระที่ 2 อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ (ณ.บ้านสมาชิกธรรม)ช่วงค่ำของวันที่ 23 พ.ย.2554
-ได้รับฟังธรรมะเป็นพิเศษเพียงลำพังจากพ่อแม่ครูอาจารย์(นอกนั้นไปช้อปฯโลตัส)
-ได้รับยันต์รุ่นพิเศษ(ตามจริต) และโป่งข่าม(จากแม่สอด)
-ทานอาหารเย็น ญาติธรรมเริ่มทะยอยมาสมทบ 18.00น.
-สนทนาธรรมเล็กน้อย พ่อแม่ครูอาจารย์ลงอักขระปฐวีธาตุ
-มอบปฐวีธาตุและภาพที่ระลึก สิบกว่าชุด
-ญาติธรรมถวายปัจจัย
-ฟังธรรมชุดใหญ่และสนทนาธรรม 20.30-23.00 (โดยประมาณ)


ในช่วงฟังธรรมนี้สำคัญมากเพราะต้องสู้กับสภาวะธรรมที่ไม่ธรรมดาเลยหล่ะครับ ปกติแล้วที่บ้านผมประมาณทุ่มกว่าเป็นต้นไปก็เงียบสงัดแล้ว แต่ว่าวันนี้มาแปลกครับเผอิญมีงานมหรสพ(มินิคอนเสิร์ต)ในวันนี้พอดีและอยู่ห่างบ้านประมาณ 200 เมตรเสียงดังมากๆจะฟังธรรมกันยังไงล่ะคราวนี้.....ต้องขอบคุณเครื่องขยายเสียงที่ท่านสมบัติได้ถวายแด่พ่อแม่ครูอาจารย์ที่ช่วยให้พอฟังธรรมะได้ยินบ้างแข่งกับเสียงของมหรสพที่ดังกระหึ่มกระแทกหัวใจ .....แต่ไม่เป็นปัญหาสำหรับผม(คนอื่นมึนครับ).....หึหึ




คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: ลอยกระทง.jpg
Views: 14
Size: 1.30 MB
ID: 1787347 คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: โป่งข่าม.jpg
Views: 12
Size: 1.69 MB
ID: 1787348 คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: ยันต์-1.jpg
Views: 21
Size: 3.10 MB
ID: 1787349
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: ตาแดง.jpg
Views: 16
Size: 1,002.6 KB
ID: 1787350 คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: ภาพ-1.jpg
Views: 12
Size: 1.21 MB
ID: 1787351 คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: ภาพ-2.jpg
Views: 19
Size: 1.42 MB
ID: 1787352
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: พระธาตุ.jpg
Views: 14
Size: 1.04 MB
ID: 1787353 คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: ภาพ-12.jpg
Views: 13
Size: 1.71 MB
ID: 1787355
ช่วงที่ 2 ในเช้าของวันที่24 พ.ย.2554
- ฟังธรรมะตามลำพัง(อีกรอบครับผม) ประมาณเจ็ดโมงเช้า
- ญาติธรรมนำจังหันมาสมทบ
- ถวายจังหันแด่พ่อแม่ครูอาจารย์ ประมาณ 9.00 น.
- ถวายปัจจัยเพิ่มเติม
- ออกเดินทางไปสุสานทุ่งมนเพื่อนมัสการหลวงปู่หงษ์
- ผ่อนคลายเพื่อรอเปลื่ยนยางล้อรถ.....(โชคดีที่ไม่รั่วระหว่างทาง)


เผอิญเลยเวลาเข้าเยี่ยมไปมากแล้วหลวงปู่จำวัดแล้วครับ
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: ภาพ-3.jpg
Views: 8
Size: 1.67 MB
ID: 1787365  คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: ภาพ-5.jpg
Views: 10
Size: 2.10 MB
ID: 1787367 คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: ภาพ-14.jpg
Views: 9
Size: 2.26 MB
ID: 1787368
ช่วงที่ 3 ญาติธรรมท่านหนึ่งขอนิมนต์พ่อแม่ครูอาจารย์ไปโปรดที่บ้านที่กำลังก่อสร้างปรับปรุงเพื่อไว้รับรองครูบาอาจารย์ที่นับถือสำหรับแวะพักระหว่างทาง(สายหลวงปู่ชา)อุบลฯ และจะทำบุญบ้าน(บ้านธรรม)ในวันที่10 ธ.ค.นี้ และผมจักน้อมถวายพระบรมฯ และพระธาตุที่ได้รับจากท่านสมบัติแด่ครูบาอาจารย์(สายป่า อุบลฯ)ในวาระนี้ด้วยครับ

ญาติธรรมท่านนี้ก็ปราถนาที่จะมีโอกาสได้รับรองคณะของพ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช ในโอกาสต่อไปด้วยความยินดียิ่ง เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัวสืบไป

ขอขอบคุณและโมทนาบุญกับคุณวสันต์และครอบครัวด้วยครับ.
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: ภาพ-8.jpg
Views: 11
Size: 1.96 MB
ID: 1787449 คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: ภาพ-9.jpg
Views: 8
Size: 2.10 MB
ID: 1787450 คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: ภาพ-7.jpg
Views: 12
Size: 2.22 MB
ID: 1787451
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: ภาพ-6.jpg
Views: 12
Size: 1.71 MB
ID: 1787452 คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: ภาพ-10.jpg
Views: 13
Size: 1.74 MB
ID: 1787453 คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name: ภาพ-11.jpg
Views: 10
Size: 1.53 MB
ID: 1787454
สุดของยอดอีกวาระ...
โมทนาสาธุกับทุกๆท่านทุกประการครับผม

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555

34: ธรรมะสัญจร 17 พ.ย. 54 พระธาตุดอยสุเทพ

ณ พระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่


- เสร็จจากที่นี่ก็เข้าพักที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ
18 พ.ย. 2554
- ในภาคเช้า ได้สนทนา-ฟังธรรมชุดใหญ่ กราบขอขมาฯ
- ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ลำปาง,พักถวายภัตตาหารระหว่างทาง
- แวะที่จุดซื้อของฝากที่อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง
- เสร็จแล้วไปส่งผมที่ท่ารถลำปาง(ประมาณบ่ายสอง)
- ผมถึงแม่สอดประมาณ 5 โมงครึ่งครับ
ต้นขนุน: พระนางจามเทวีทรงปลูกไว้คู่กันกับที่วัดพระธาตุลำปางหลวง (ปัจจุบันยังอยู่ดีทั้งสองต้น)
วิวเมืองเชียงใหม่ยามค่ำคืน...ใช้ไฟเปลืองมาก...


ซึ้งบน: 
ขออนุโมทนาบุญทุกประการครับ
ธรรมะสัญจรครั้งที่ 2 สำเร็จลุล่วง น่าประทับใจครับ ดีใจและปลื้มใจกับพี่สมบัติด้วยครับ ความทรงจำอย่างนี้มีค่ามากจริงๆ พี่ว่ามั้ย


IT Man:
ครับผม ช่างมีคุณค่ามากๆและวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สมดั่งที่คุณซึ้งบนเคยบอกผมแต่คราแรกๆ ให้หายกังวลใจครับ

ความประทับใจนั่นเล่า...ผมเองก็ไม่รู้จะเริ่มต้นเขียนลงไปในบอร์ดอย่างไรดี สังเกตุดูว่า...ผมทิ้งช่วงไปตั้งสิบวัน สุดท้าย...ก็ได้แต่ลงภาพให้ชมกันไปก่อน

จะเห็นเป็นรูปธรรมได้ว่า ความพากเพียรที่จะนำเสนอให้เห็นภาพ ทั้งคัดภาพ ทั้งตัดต่อ ทั้งย่อ ทั้งพิมพ์บรรยายย่อๆ (ปราศจากธรรมอันละเอียดที่แฝงอยู่ในใจ) ยังเทียบไม่ได้กับความพากเพียรที่พยายามจะเพียรถอนกิเลสอันละเอียดแนบแน่นของพวกเราเหล่านักรบธรรม ที่พยายามจะเกาะกลุ่มกันไป ดึงกันไป เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันไป ให้ถึงฟากฝั่ง ให้ได้รู้ธรรมเฉกเช่นกัน

ในอีกสิ่งหนึ่งที่ผมตระหนัก สำนึกรู้ระหว่างการจาริกธรรมอยู่เสมอว่า พวกเราพี่น้อง ต่างรอฟัง รอชมภาพกิจกรรม ธรรมสัญจรอันทรงค่าครั้งนี้ แม้ขณะกิน ขณะนอน ขณะภาวนา ผมเองนึกถึงเพื่อนๆพี่ๆอยู่เสมอ เกรงจะผิดหวังในผลการปฏิบัติจริงนี้กันครับ

ดังนั้น...แม้ท่านไม่ได้ไปเอง ได้แต่คอยส่งแรงใจไปร่วม ขอรับรองว่าพวกเราส่งบุญกุศลย้อนกลับไปยังทุกๆท่านที่รอคอยอยู่เสมอ ทุกๆขณะจิตรู้อย่างแน่นอนครับ
......................................................
ธรรมะที่คุณซึ้งบน post ไว้และเพื่อนนรธ.พิมพ์เข้ามาทักทาย ผมได้อ่านถวายพ่อแม่ครูอาจารย์กับให้คุณแม่ชมและคณะฟังแล้ว สังเกตุดูว่าท่านทั้งสองมีความปีติยินดีในผลแห่งการปฏิบัติจริงแล้วได้ผลจริงของคุณซึ้งบนเป็นอย่างยิ่ง

ท่านเตือนผมว่า "ท่านไม่ได้ปรารถนาศิษย์ สาวก ผู้ติดตามจำนวนมากแต่อย่างใดเลย แต่ท่านปรารถนาแสดงธรรม ชี้ทางธรรม เปลี่ยนคนให้รู้ธรรม แม้จะเพียงน้อยนิด แต่ให้เป็นไปในทางที่ถูกธรรม (ไม่ใช่ถูกใจ) และไม่เคยเหน็ดเหนื่อยที่จะพร่ำสอนแต่ประการใดเลย"

นนต์:
สภาวะธรรรมที่เกิดขึ้นแต่ละวันนั้น มีความละเอียดมาก หากจะเขียนให้ใกล้กับความจริงคงต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะสภาวะที่เกิดขึ้นนั้น บางอย่างมันก็เป็นอจินไตย บางอย่างก็เป็นปัตจัตตัง บางอย่างก็เป็นอุบายธรรม บางอย่างก็เป็นสิ่งเข้ามาทดสอบ บางอย่างก็เข้ามาเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ หากบุคคลทั่วไปอาจมองเห็นเป็นเรื่องท่องเที่ยวหรือเป็นสารคดีทั่วไป ซึ่งก็ถูกต้อง แต่เหล่านักรบธรรมและพ่อแม่ครูอาจารย์ไม่คิดเช่นนั้น การรับรู้ภายในของเหล่านักรบธรรม ย่อมประจักษ์แก่ใจและเกินกว่าที่จะอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้ อย่างไรก็ตาม ผมจะพยายามเรียบเรียงออกมาตามสติปัญญาของผมที่มีอยู่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใฝ่ในธรรมทุกๆคน ค่อยๆติดตามไปนะครับ

พรุ่งนี้ ผมจะเข้ามาเสริมท่านสมบัติในแต่ละช่วงจนกว่าจะจบตอนสมบูรณ์

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
23 พฤศจิกายน 2554


IT Man:
การจะเรียบเรียงถ้อยธรรมะของพ่อแม่ครูอาจารย์เพื่อนำเสนอ ย่อมเป็นเรื่องยากของพวกเรา นรธ.(นักเรียนธรรม)ที่ยังเรียกได้ว่าเป็นเพียงเด็กอนุบาล ซึ่งยังไม่อาจเรียกว่าเป็นนักศึกษาธรรมได้เลย

ผมจำได้ว่าตอนที่อ่านประวัติหลวงปู่แหวน เมื่อท่านเข้าไปหาพ่อแม่ครูอาจารย์มั่น เพื่อขอเรียนรู้ศึกษาปฏิบัติ ซึ่งเรารับรู้กันดีว่าหลวงปู่แหวนก็ศึกษาปฏิบัติมาพอสมควรแล้ว แต่พ่อแม่ครูอาจารย์มั่นได้บอกว่า "ตำหรับตำรา ความรู้ทุกอย่างที่เรียนมา ให้เอาใส่ตู้เก็บไว้ก่อน"

ในเรื่องนี้ก็ได้มาตระหนักรู้และเข้าใจยิ่งขึ้น ก็เมื่อตอนมาเรียนรู้ศึกษาภาคปฏิบัติกับพ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช ว่า เราควรล้างภาชนะแก้วใสให้สะอาดเอี่ยม เพื่อรองรับพระธรรมที่ท่านจักถ่ายทอดให้ปฏิบัติตาม ความรู้ตามตำรา,การปฏิบัติที่เราเพียรศึกษา เรื่องลี้ลับที่เราเคยประสพ ท่านผ่านมาหมดแล้ว จึงไม่สมควรแสดงความรู้ความเห็นให้เสียเวลาและโอกาสอันดีที่จักรับพระธรรมอันประเสริฐยิ่ง

การเดินทางธรรมะสัญจรเพื่อโปรดเหล่า นรธ. ให้มีกำลังใจในการปฏิบัติ ถือเป็นธรรมเนียม ความกรุณาต่อศิษย์ เป็นโอสถทิพย์ชโลมใจให้พวกเรา เปิดโอกาสให้ถามธรรมหรือเรื่องราวที่ไม่ควรเปิดเผยแก่คนทั่วไปได้

ท่านยังต้องเดินทางไปเพื่อภาวนา โปรด แผ่เมตตา อุทิศบุญกุศลไปยังสถานที่ต่างๆที่ผ่านและไปประสพ เช่น คน ถ้ำ ภูเขา ต้นไม้ แหล่งน้ำ ลำธาร สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ฯลฯ

แม้ดูจะเรียบง่าย แต่ นรธ.ทุกคนต้องมีวินัย รู้จักแยกแยะสถานการณ์ อารมณ์ กิเลส วิธีการต่อสู้หรือตั้งรับสิ่งกระทบ รู้จักศึกษา เรียนรู้ สังเกตุ มีน้ำใจเอื้อเฟื้อ คอยชี้แนะ ตำหนิ ยอมรับได้หากการกระทำอันใดไม่เหมาะสม (ทุกวินาทีคือการปฏิบัติ) ตลอดทั้งวิธีการปฏิบัติต่อพ่อแม่ครูอาจารย์ ทั้งนี้จักต้องไม่ให้กระเทือนถึงท่านและหมู่คณะ

ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพ่อแม่ครูอาจารย์ท่านคอยสังเกตุการณ์ทั้งกิริยาภายนอก วาจา และกิเลสที่ฟูมฟักอยู่ในใจเรา ที่จักหลงไปตามสิ่งต่างๆตามกิเลส ท่านจักคอยกวนกิเลสเรา หากกระเพื่อมนิดหน่อย ท่านก็รู้...และเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมในการให้ธรรม ท่านก็ถึงจะให้ ท่านรู้จักกาลอันเหมาะสม ทว่า...บางครั้งก็ให้แบบตั้งรับไม่ทัน ใครไม่เคยลอง คงไม่รู้...หึหึ...ก็เห็นโดนกันทุกราย...

ก่อนสิ้นปีนี้...ผมจะไปภูดานไหก่อนและอาจกลับก่อนแต่จักปฏิบัติธรรมข้ามปีร่วมกันครับ


ดร.นนต์:

ธรรมสัญจรตอนจบ
"พระธาตุดอยสุเทพ ศูนย์กลางพลังลึกลับ"

 

เย็นของวันที่ 17 พฤศจิกายน 2554 ขณะที่คณะของพวกเราเดินทางผ่านมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (ที่ตั้งอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ซึ่งตั้งอยู่ในเส้นทางที่มุ่งสู่พระธาตุดอยสุเทพ ผมก็ระลึกนึกถึงเพื่อนซึ่งเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เธอกำลังเริ่มปฏิบัติธรรมเช่นเดียวกัน เมื่อได้ทักทายกันทางโทรศัพท์พอสมควร ผมก็ได้สอบถามถึงสถานที่พักซึ่งเป็นอุทยานหรือสถานที่เหมาะสมที่คณะของพวกเราจะไปพักได้ เธอจึงบอกให้ไปพักที่อุทยานที่อยู่ใกล้กับพระธาตุดอยสุเทพ ห่างกันประมาณเกือบ 1 กิโลเมตร หลังจากพวกเราได้กราบสักการะพระธาตุดอยสุเทพ ดังที่ท่านสมบัติได้นำเสนอแล้ว พวกเราก็มุ่งหน้าสู่อุทยาน(ผมจำชื่อไม่ได้เพราะมันมืดมองไม่เห็นชื่อป้าย) เวลาประมาณเกือบสองทุ่ม เมื่อเข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ ปรากฏว่ามีบ้านพักว่างอยู่ 1 หลัง เป็นหลังใหญ่ มีที่นอนอยู่สองห้อง ห้องหนึ่งแยกอยู่อีกฟากมีที่นอนสำหรับท่านเดียวหรือสองท่าน อีกห้องหนึ่งเป็นห้องใหญ่มีที่นอนอยู่แปดที่แบ่งเป็นสองฟาก ฟากหนึ่งมีเตียงสามเตียง อีกฟากหนึ่งมีเตียงห้าเตียง ซึ่งดูบังเอิญเหลือเกินคือ มีจำนวนเท่ากับคนพักพอดี เตียงสามเตียงสำหรับผู้หญิงสามคน เตียงห้าเตียงสำหรับผู้ชายห้าคน ห้องหนึ่งห้องสำหรับพ่อแม่ครูอาจารย์ และบ้านพักหลังนี้ก็ใหญ่สุดและตั้งอยู่ใกล้กับต้นไม้ใหญ่จำนวนหลายต้น ดูแล้วช่างวิเวกวังเวงดี นอกจากนั้นยังสามารถมองไปเห็นพระธาตุดอยสุเทพเหลืองอร่ามสว่างจ้าอยู่ใกล้ๆ

วันนี้พ่อแม่ครูอาจารย์อนุญาตให้พวกเราเข้าพักในบ้านที่สะดวกสบายได้ หลังจากท่านให้พวกเราลองพักในสถานที่ทุรกันดารมาแล้ว เพราะแม้แต่การพักที่รีสอร์ทที่แม่ฮ่องสอน พวกเราก็ขอกางเต๊นท์นอนใต้ถุนบ้าน และวันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายแล้วท่านจึงได้อนุญาต และคงมีเหตุผลอื่นๆ เสมือนถูกกำหนดสถานที่พักเอาไว้แล้ว วันนี้ท่านงดแสดงธรรมเพราะเห็นว่าทุกคนเหนื่อยล้าจากการเดินทาง พวกเราเข้าที่นอนประมาณห้าทุ่ม บางคนก็นั่งภาวนาต่อ ผมเองได้นั่งภาวนาจนถึงเกือบเที่ยงคืนจึงล้มตัวลงนอน มารู้สึกตัวอีกทีราวๆตีสาม เพราะผมได้ยินเสียงพ่อแม่ครูอาจารย์ท่านลุกไปเข้าห้องน้ำ และท่านได้ออกไปนั่งภาวนาตรงระเบียงข้างนอกใต้ต้นไม้ใหญ่ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ผมเองคืนนี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ร่างกายและจิตใจกระปรี้กระเปร่ามีกำลังเกิดขึ้นมาเฉยๆ ไม่รู้สึกว่าง่วงนอน รู้อย่างเดียวว่าจะต้องนั่งภาวนาสมาธิ ผมจึงต้องลุกขึ้นมาภาวนาทันที ผมเองได้โน้มจิตระลึกถึงคุณของพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์ พ่อแม่ครูอาจารย์ และที่ขาดไม่ได้คือ ขอโน้มจิตไปกราบสักการะพระพุทธบาทสี่รอยและพระธาตุดอยสุเทพ และขอพละกำลังบางอย่างตามวิถีจิตของผม ปรากฏว่าในค่ำคืนนี้ผมมีความสุขกับการภาวนาเป็นอย่างมาก เกิดความปีติอิ่มเอิบใจ บางครั้งก็เข้าสู่สมถะกรรมฐาน บางครั้งก็พิจารณาและวิปัสสนา บางครั้งก็ดึงและถ่ายเทพลังงานจากพระธาตุดอยสุเทพและพระพุทธบาทสี่รอยมาปรับธาตุขันธ์ในตัวเอง จวบจนเวลาประมาณตีห้า ผมจึงได้โน้มจิตอธิษฐานต่อพระธาตุดอยสุเทพและพระพุทธบาทสี่รอย เพื่อเสี่ยงทายในบุญบารมีและข้อสงสัยบางประการ เกี่ยวกับเส้นทางในการปฏิบัติธรรมของเราในภพนี้ว่า จะบำเพ็ญเพื่อการสิ้นสุดหรือจะเดินต่อไปข้างหน้า ปรากฏมีจิตผุดรู้ขึ้นมาทันทีว่า "ทศบารมี" ผมโน้มจิตพิจารณาต่อไปว่า การจะสิ้นสุดภพชาติในยุคของพระพุทธเจ้าพระองค์ใดๆ ข้าพระพุทธเจ้าก็มีความปีติยินดีเสมอเหมือนกัน เพราะสภาวะวิมุตินั้น มันก็เป็นอันเดียวกัน จะอยู่ในยุคของพระองค์ใดก็เหมือนกัน หลังจากนั้นผมก็โน้มจิตเสี่ยงทายทศบารมีของข้าพระพุทธเจ้าเป็นเช่นไร...มีบางอย่างสื่อกลับมา ผมมิอาจเปิดเผยสู่สาธารณะหรือผู้ใดได้ เพราะมันยังเป็นสิ่งที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากผู้พ้นแล้ว หรือมันอาจเป็นอุปาทานก็ได้ ดังนั้น ผมจึงขอเก็บไว้ในใจต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ผมรู้อย่างเดียวว่า ความปีติของผมในค่ำคืนนี้ มันมาเป็นระลอกๆ ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ผมได้ออกจากสมาธิในราวเกือบหกโมงเช้า เมื่อพ่อแม่ครูอาจารย์ให้สัญญาณอยู่ข้างนอก และถือเป็นครั้งแรกในชีวิตของผมที่ได้นั่งภาวนาสมาธิยาวนานเกือบสามชั่วโมงเต็ม ทั้งที่ได้นอนแค่สามชั่วโมง และเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางตลอดอาทิตย์ แต่กลับกลายเป็นว่า ร่างกายได้รับโอสถทิพย์จากการนั่งภาวนาในครั้งนี้มากมายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

หลังจากนั้น ทุกคนออกมาฟังธรรมจากพ่อแม่ครูอาจารย์ที่ระเบียงข้างนอก ท่านเอ่ยขึ้นมาว่า ภูมิที่นี่ดีมาก พวกบำเพ็ญตะบะเช่น พวกฤาษีชีไพร นักพรต นักบวช ชอบมาขอพลังจากพระธาตุดอยสุเทพมาตั้งแต่ครั้งโบราณแล้ว ผมจึงมาถึงบางอ้อว่า อ๋อพลังหรือกำลังที่เราได้รับเมื่อคืนนี้มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ท่านเอ่ยต่อไปว่า อาตมาออกมานั่งตั้งแต่ตีสาม ได้รับความสงบ มีเสียงไก่ป่าและสัตว์ต่างๆเช่นเดียวกันกับเมื่อครั้งที่ออกธุดงค์ไปตามถ้ำตามป่า ภูมิเจ้าที่ เทวดาก็ดีมาก มีพวกโลกทิพย์เข้ามาหามาก ประมาณตีห้า (ช่วงเวลาเดียวกันกับผมอธิษฐานจิต) พญานาคเจ็ดเศียรตัวใหญ่สีทองอร่ามเลื้อยมาหาตั้งแต่ตีนเขาตามช่องทางขึ้นมาพร้อมบริวาร องค์สักกะเทวราชก็มา และมีวิมานสีขาวสว่างไสวลอยอยู่เหนือพระธาตุดอยสุเทพอยู่นาน เป็นวิมานของพระศรีอาริยเมตไตย โยมสงสัยไหมว่าทำไมพวกเราถึงได้มาพักกันที่นี่ หลังจากพ่อแม่ครูอาจารย์ท่านพูดจบลง พวกเราหันไปมองหน้ากันด้วยความปีติ ไม่มีความสงสัยใดอีกแล้ว

ต่อมาท่านได้แสดงธรรมโปรดพวกเราแบบทางการเป็นครั้งสุดท้าย รวมทั้งเรื่องทศบารมีที่ผมเล่าให้ท่านฟังด้วย และสิ่งหนึ่งที่ออกมาจากหัวจิตหัวใจของพ่อแม่ครูอาจารย์ที่มีต่อบรรดาลูกศิษย์ที่ติดตามท่านไปในครั้งนี้ก็คือ "ขออนุโมทนากับโยมทุกคนเด้อ" ในความหมายของท่านก็คือ ทุกคนได้รับพัฒนาการทั้งสภาวะทางจิตใจและภูมิธรรมสูงขึ้นจากคราวที่แล้ว จึงสร้างความปีติบังเกิดขึ้นกับทุกคนแบบอัตโนมัติ น้ำตาหลั่งไหลออกมาทุกคนโดยไม่ได้นัดหมาย ทุกคนคลานไปกราบแทบเท้าของท่าน ท่านเมตตาเอื้อมมือมาแตะหลังทุกคน ท่านคงรู้จิตของทุกคนว่าคงไม่อยากจากกันในวันนี้ ท่านจึงได้เอ่ยกับผมว่า ไปลงพิษณุโลกเด้อโยมด็อกเตอร์ (ซึ่งตอนแรกผมกับ คุณสมบัติ และคุณเก๋ ต้องแยกกับท่านที่เชียงใหม่) ผมตอบท่านทันทีโดยไม่ลังเลว่า "ข้าน้อย(ขอรับ)"

ท่านทั้งหลาย เหตุการต่างๆที่เกิดขึ้นตลอดเส้นทางที่ร่วมเดินทางธรรมสัญจรกับพ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช และเหล่านักรบธรรมในครั้งนี้ มันมีมากมายเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นตัวอักษรให้ทุกคนได้ซาบซึ้งได้ บางอย่างมันก็ควรอยู่ในหัวจิตหัวใจของแต่ละคน บางอย่างมันล้นออกมา ก็จำเป็นจักต้องสื่อออกมาบอกเล่าสู่กันฟัง เมื่อท่านได้ติดตามอ่านจบลงแล้ว หากมีสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ก็ขอให้อนุโมทนา แต่หากสิ่งใดเกินความจำเป็นที่ท่านจะพึงได้รับหรือเกินเลยไปบ้าง ก็โปรดวางเฉยต่อสิ่งนั้นเถิด จงคิดว่าเป็นวิทยาทานที่ผู้เล่าพยายามสื่อออกมาจากสติปัญญาที่มีอยู่ด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์

และสุดท้าย ผมและเหล่านักรบธรรมขอน้อมอัญเชิญคุณของพระรัตนตรัยและความดีทั้งหลาย ได้โน้มนำผู้ที่เข้ามาอ่านเจอข้อความทั้งหลายเหล่านี้ จงมีแต่ความสุขความเจริญ มีความสว่างไสวทั้งทางโลกและทางธรรมจนกว่าจะเข้าพระนิพพานกันทุกท่านเทอญ

ผมจึงขอจบบทความ "ธรรมสัญจรครั้งที่สอง" แต่เพียงเท่านี้
ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
27 พฤศจิกายน 2554


ภูเบศวร์:
อ่านเรื่องราวธรรมสัญจรตั้งแต่แรกจนจบอย่างน่าติดตาม เพราะเป็นความเป็นไปของพี่น้อง เพื่อน นรธ.ที่เราเป็นส่วนหนึ่ง และปรารถนาจะได้รับฟังการถ่ายทอดธรรมของพ่อแม่ครูอาจารย์ที่เพื่อน นรธ.ได้รับ
อ่านด้วยความปลื้มปิติและยินดีกับทุกท่านที่ได้มีโอกาสร่วมในการเดินทางครั้งนี้ ทั้งยังได้ปฏิบัติธรรมร่วมกับพ่อแม่ครูอาจารย์ผู้เป็นศูนย์กลางพลังอันยิ่งใหญ่ของพวกเรา ทุกท่านได้รับประสบการณ์ตรง ฝึกฝนและพัฒนาจิตเหมือนได้เข้าคอร์สติวเข้ม จึงก่อให้เกิดผลในภูมิจิตภูมิธรรมที่ยิ่งๆขึ้นไป
ขออนุโมทนากับสิ่งทั้งหลายที่ทุกท่านได้กระทำ ด้วยความเพียรพยายามและแบ่งปันเล่าสู่กันฟัง ถ่ายทอดให้เสมือนได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์นั้น
ผมเป็นคนหนึ่งที่ขอน้อมนำไปเป็นสิ่งระลึกในการปฏิบัติ ขอขอบพระคุณ ดร.นนท์ ท่านสมบัติ และทุกท่านที่เกี่ยวข้องมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ หลายท่านที่ได้อ่าน คงได้รับประโยชน์เช่นเดียวกันกับผมเช่นกัน
ด้วยจิตคารวะ
ภูเบศวร์